ไขข้อสงสัย การอัพเกรด Windows 10 ฟรี ระหว่างผู้ใช้เถื่อน แท้ และ Insider

06:51 Add Comment
หลังจากที่ Microsoft ได้ประกาศให้คนที่เป็น Windows Insider สามารถอัพเกรด Windows 10 ตัวเต็มของแท้ได้เลยฟรีๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมายว่า แล้วระหว่างผู้ที่ใช้ Windows 7, 8, 8.1 แท้อยู่แล้ว กับผู้ที่ใช้เถื่อนอยู่ มาอัพเกรดฟรีจะเกิดข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงมีการขอไขข้อสงสัยกันดังนี้2015-05-13_02-07-12มาจนถึงขนาดขั้นนี้แล้ว คงต้องบอกเลยว่า Microsoft ทุ่มเทให้กับ Windows 10 แบบสุดตัวจริงๆ หลังมีประกาศ แจก แจก และก็แจก ให้กับเหล่าผู้ใช้ทุกประเภท ทั้งผู้ใช้ของแท้ ผู้ใช้เถื่อน และผู้ที่เป็น Insider ที่นี้ มันก็เลยมีประเด็นที่ว่า แล้วแต่ล่ะกลุ่มผู้ใช้ที่ว่ามานั้น ล้วนได้รับสิทธิในการอัพเกรด Windows 10 กันฟรีๆทุกคนทั้งหมด มันจะมีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง แน่นอนว่า ทาง Microsoft ได้บอกถึงเงื่อนไขกันไปบ้างแล้ว ในที่นี้จึงขอรวบยอดเปรียบเทียบให้เห็นกันแบบชัดๆไปเลยว่า เงื่อนไขของแต่ละกลุ่มนั้นเป็นยังไง ไปดูกันเลยครับ
ก่อนอื่น ตอนนี้ยังมีบางคนเข้าใจผิดอยู่ว่า Windows 10 ที่ให้อัพเกรดฟรีนั้น ใช้ได้แค่ 1 ปี อันนี้ผิดครับ 1 ปีที่ว่านี้คือนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ไปจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 หรือปีหน้า คือระยะเวลาโปรโมชั่นในการอัพเกรดWindows 10 ฟรีครับ ไม่ใช่จำกัดเวลาให้ใช้ได้แค่ 1 ปี อย่างที่เข้าใจกัน ฉะนั้นในวันที่ 29 ก.ค ที่จะถึงนี้ คือวัน “D-Day” ของใครหลายๆคนแน่นอน
windows-10-desktop-love-pกลุ่ม Insider (ผู้ทดสอบ)
ในกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า ผู้ทดสอบระบบ (beta tester) ซึ่งถ้าใครเป็นคนในกลุ่มนี้อยู่ จะได้รับสิทธิพิเศษกว่ากลุ่มอื่นๆคือ
เราจะได้รับตัว Windows 10 ของแท้ที่จะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เราได้ลองเล่นก่อนใคร แต่ก็อย่าลืมว่าตัว Windows 10 ที่เราได้รับนั้น เป็นเวอร์ชั่นทดลอง แม้จะมีคำว่า “ของแท้” พ่วงท้ายอยู่ก็ตาม ซึ่งก็เสี่ยงต่อการถูกบักที่อาจแฝงมากับตัว
วินโดว์ เล่นงานเครื่องคอมฯของเราได้ เท่ากับว่า หากอยากใช้แท้อยู่ เราก็ต้องเป็นหนูทดลองให้กับ Microsoft นั้นเอง แต่ถ้าใครรับได้ และชอบความท้าทาย ก็จะลองเป็นสมัครเป็น Windows Insider ดูก็ไม่ว่ากันครับ ใครอยากดูเงื่อนไขแบบเต็มๆ ลองไปดูได้ ที่นี้2015-05-13_02-25-22กลุ่ม Pirates (ผู้ใช้เถื่อน)แม้ว่า Microsoft เคยประกาศให้เหล่าโจรสลัด หรือผู้ใช้วินโดว์เถื่อน สามารถอัพเกรด Windows 10 แบบฟรีๆได้ด้วย แต่ตัววินโดว์ที่จะได้รับนั้น จะไม่ใช้วินโดว์แท้ จะเป็นวินโดว์ที่มีลายน้ำแจ้งสถานะว่า “นี้ไม่ได้เป็นของมีลิขสิทธิ์แท้”อยู่หน้า Desktop ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้ เราไม่สามารถอัพเดต Windows 10 ได้ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงกับมัลแวร์และการหลอกลวง รวมถึงภัยคุกคามต่างๆ จากการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ไม่หวังดี รวมถึงการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพอีกด้วย เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์และพันธมิตรที่เชื่อถือได้นั้นเอง
Windows-10-logo-wmskill.com_กลุ่ม Current User (ผู้ใช้แท้)กลุ่มนี้แปลตรงๆว่า “ผู้ใช้ปัจจุบัน” ในที่นี้หมายถึง กลุ่มผู้ใช้ Windows 7, 8, และ 8.1 ของแท้ อยู่ในขณะนี้นั้นเอง แน่นอนเลยว่า ถือเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบที่สุด เพราะไม่ต้องเจอความเสี่ยงเหมือนกลุ่มอื่นๆเลย ซึ่งหากไปลงทะเบียนขอจองสิทธิรับตัว Windows 10 ของแท้ (ต้องมี Win 7, 8, 8.1 แท้ด้วยนะ) แล้วไปโหลดในวันที่ 29 ก.ค ก็จะได้รับตัวเวอร์ชั่นที่เสถียรที่สุด สมบูรณ์ที่สุด อัพเดตชิวสุด และปลอดภัยที่สุดไปแบบฟรีๆกันเลยนั้นเองครับ (ของเสียตังค์ ย่อมดีกว่าของฟรีอยู่แล้ว)
เท่านี้ ทุกคนก็จะได้รับทราบโดยทั่วกันแล้วว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” จริงๆ เพราะส่วนที่แจกฟรีของสองกลุ่มแรกนั้น มีความเสี่ยงพ่วงมาด้วย ในขณะที่ส่วนที่เสียกะตังค์ ใช้งานได้แบบชิวๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไร ทั้งนี้ ที่มาของบทความนี้ก็เอามาจากทาง Blog ของ Microsoft อีกที ซึ่งทางบริษัทเองก็เห็นว่า มีหลายๆคนยังสงสัยถึงการแจกแหลกใจกว้างนี้ จึงได้มีการแถลงการอีกทีให้เข้าใจโดยพลัน
ที่มา : Techspot WindowsBlog 
ที่มา
http://www.aripfan.com/windows-10-free-or-not-explained/

Windows 10 กับ 6 เรื่องที่ควรรู้ทั้งก่อนและหลังอัพเกรด

06:47 Add Comment
นับตั้งแต่ Microsoft ได้ปล่อย Windows 10 ตัวเต็ม ให้พี่น้องผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่เป็น Windows 7, 8 หรือ 8.1 ได้อัพเกรดกันฟรีๆ เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มั่นใจในการอัพเกรด Windows 10 ฟรี !! ดังนั้นวันนี้ ARIPFAN จึงอยากแนะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกับ 6 เรื่องที่ควรรู้ทั้งก่อนและหลังอัพเกรด จะเป็นอย่างไรไปชมพร้อมกันครับ





1. ตรวจสอบคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คของคุณว่ามีสเปคขั้นต่ำตามที่ Microsoft ระบุหรือไม่ หากอยากทราบสเปคขั้นต่ำเป็นอย่างไร ตรวจสอบได้ที่นี่ อัพวินโดวส์ 10 สเปคคอมแบบใดใช้ได้ … ? นอกจากเรื่องของสเปคคอมแล้ว การอัพเกรดยังต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย

2. การอัพเกรดจาก Windows 7, 8 หรือ 8.1 ไปเป็น Windows 10 จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เรียกว่าฟรี !! นั่นเอง แต่อย่าเพิ่งกระโดดโลดเต้นจนตัวลอย เพราะคำว่า “ฟรี” ของ Microsoft คือ “ฟรีแค่ปีแรก” เพราะหลังจากวันที่ 29 กรกฎาคม ปี 2559 จะเริ่มมีค่าใช่จ่าย โดยราคาจะแบ่งออกเป็นดังนี้

– Windows 10 Home ราคา 119 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000 บาท

– Windows 10 Pro ราคา 199 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,700 บาท

– หากต้องการอัพเกรด Windows 10 Home มาใช้แบบ Pro จ่ายเพิ่มอีก 99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,300 บาท

3. ขนาดไฟล์ Windows 10 จะอยู่ระหว่าง 4 – 6GB ดังนั้นควรเคลียร์พื้นที่หรือลบไฟล์ที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่คอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คส่วนตัวของคุณให้รองรับกับขนาดไฟล์

4. หากติดตั้ง Windows 10 ไฟล์ โปรแกรม หรือข้อมูลต่างๆ จะหายหรือไม่ … ? คำตอบคือ ไม่หายครับ หากกังวลว่าข้อมูลสำคัญจะหาย ก่อนติดตั้งก็ให้แบ็คอัพหรือสำรองข้อมูลที่สำคัญเสียก่อนครับ

5. ในกรณีที่อยากลง Windows 10 เพียวๆ ได้หรือไม่ … ? คำตอบคือ ได้ครับ เมื่อคุณอัพเกรดเป็น Windows 10 ฟรี คุณจะสามารถ Clean Reinstall (เหมือน Restore วินโดรว์ให้มันมีสภาพใหม่) Windows 10 บนอุปกรณ์เดียวกันได้ทุกๆเวลา นั้นหมายความว่า ใครที่ใช้สิทธิอัพเกรดฟรีในช่วงโปรโมชั่นหรือในปีแรก จะสามารถเอากลับมาลงใหม่แบบ Clean Reinstall กี่ครั้งก็ได้เลย

6. ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนในการอัพเกรด Windows 10 ในทันที เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าจะมีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ใดๆ จะเป็น iOS, OS X หรือ Android ก็ดี มักจะพบข้อบกพร่องหรือบั๊กที่เข้ามากวนใจเล็กๆน้อยๆ ให้กับการใช้งานในช่วงเริ่มแรก และไม่นานทางบริษัทผู้พัฒนาก็จะทยอยปล่อยแพตช์อัพเดตออกมาแก้ไขช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

ฉะนั้นแล้ว Windows 10 ที่ปล่อยให้ทดสอบมานานนับเดือนก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์พร้อมเสมอไป สังเกตฟีดแบคจากผู้ใช้ที่อัพเกรดกันไปแล้วจากนั้นถ้าตัดสินใจว่าพร้อมสำหรับอัพเกรด ก็ลุยเลยครับ !!

ที่มา

http://www.aripfan.com/windows-10-upgrade-2/

Microsoft ส่ง 10 ฟีเจอร์เด่นจาก Windows 10 ที่ทำให้คุณต้องอัพเกรด

06:44 Add Comment
หลายคนคงจะได้ทำการอัพเกรด Windows 10 กันไปเป็นที่เรียบร้อย โดยก่อนหน้านั้นไมโครซอฟท์ได้ทยอยส่งวิดีโอโปรโมท “10 เหตุผล ที่ทำให้คุณต้องอัพเกรด Windows 10″ เพื่อออกมาโชว์ว่า 10 ฟีเจอร์เด่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ภูมิใจนำเสนอนั้นมีอะไรบ้าง

1. IT’S FAMILIAR

msw-win10-hero-slider-familiar
การผสมผสานกันที่ลงตัวระหว่าง Windows 7 และ Windows 8 ซึ่งถือเป็นการกลับมาของปุ่มStart Menu ที่มีการปรับปรุงใหม่ โดยจะแสดงผลการอัพเดตต่างๆ ด้วย UI แบบ Live Tiles IT’S FAMILIAR

2. WINDOWS HELLO

Windows Hello
ระบบยืนยันตัวตนที่ช่วยให้คุณปลดล็อกเครื่อง ได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย “รอยยิ้ม”ผ่านกล้อง RealSense ที่ผลิตโดย Intel หรือจะใช้เป็น “ลายนิ้วมือ” แบบเดิมๆ ก็ได้นะ ส่วนจะน่าสนใจแค่ไหนนั้น ต้องลองชมคลิป – WINDOWS HELLO

 3. MULTI-DOING

Multi Doing
Virtual Desktop ที่จะทำให้คุณสามารถทำงาน ได้มากกว่าหนึ่งหน้า Desktop พร้อม Snap Assist ที่ช่วยจัดหน้าซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้เข้ามุมอัตโนมัติ (เวลาต้องการจะใช้ซอฟต์แวร์ 2-4 ตัว พร้อมกันในหน้าเดียวกัน) และจัดสรรซอฟต์แวร์ที่เปิดทุกตัวผ่านมุมมอง Task View รวมถึงปรับปรุง Action Center ให้ดูครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม – MULTI DOING

4. CONTINUUM 

แน่นอนว่าไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าทำ Windows 10 ให้สามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์เหมือนอย่าง Windows 8 แต่จะพิเศษกว่าเดิมตรงที่มีการออกแบบ UI ให้เหมาะกับการใช้งานของอุปกรณ์แต่ละประเภท แถม Continuum ยังสามารถแยกแยะได้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ทำงานอยู่ในโหมดพีซีหรือแท็บเล็ต พร้อมทำการปรับหน้าจอให้อัตโนมัติ

 5. WINDOWS STORE

windows store
คลังแอพที่มีทั้ง หนัง เกม และเพลง ให้เลือกช้อปดาวน์โหลดกันได้อย่างจุใจ แถมยังใช้งานได้กับทุกแพลตฟอร์ม (พีซี, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต) แถมมีแอพฟรีให้เลือกดาวน์โหลดกว่า 100 รายการ โดยทุกแอพได้ผ่านการรับรองจากไมโครซอฟท์เป็นที่เรียบร้อย – WINDOWS STORE

 6. MUSIC AND MORE 

music_more
แอพพลิเคชั่นที่รองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบ ตั้งแต่แอพ Photos, Maps, Movies & TV รวมถึงบริการสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Groove Music ที่มาจาก Xbox Music เดิมนั่นเอง – MUSIC AND MORE

7. XBOX

คุณสามารถสตรีมเกมจาก Xbox One มาเล่นบน Windows 10 ได้อย่างง่ายดาย ทั้งบนพีซีและแท็บเล็ต รวมถึงติดต่อสื่อสารกับก๊วนเกมได้จาก Xbox Live พร้อมการแสดงผลภาพกราฟิกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมผ่าน Direct X12

8. MICROSOFT EDGE

ms edge
สัญลักษณ์ตัว “e” อันแสนคุ้นเคยจาก Internet Explorer บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็น Edge เบราว์เซอร์ที่เน้นการทำงานแบบเรียบง่าย สามารถเปิดหน้าเพจต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ – MICROSOFT EDGE

9. CORTANA

cortana
หากคุณรู้จัก Siri จากบน iOS แล้วล่ะก็ คุณก็ต้องควรที่จะรู้จักกับ Cortana ด้วยเช่นกัน เพราะเธอทั้งฉลาดล้ำและทำงานเก่งได้ไม่ต่างกันเลยทีเดียว (ติดที่ว่าเธอไม่ได้มีมุกแพรวพราวเหมือนอย่าง Siri เท่านั้นเอง) – CORTANA

10. SECURITY

windows defender
พระเอกของงานนี้ เห็นทีจะเป็น Windows Defender ที่สามารถช่วยปกป้องคุณได้จาก Malware และลิงก์ที่ไม่น่าไว้วางใจ อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ เพื่อซื้อซอฟต์แวร์ Antivirus มาลงที่เครื่องล่ะ – SECURITY
ที่มา
http://tech.mthai.com/operating-system/51867.html