1. ตรวจสอบคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คของคุณว่ามีสเปคขั้นต่ำตามที่ Microsoft ระบุหรือไม่ หากอยากทราบสเปคขั้นต่ำเป็นอย่างไร ตรวจสอบได้ที่นี่ อัพวินโดวส์ 10 สเปคคอมแบบใดใช้ได้ … ? นอกจากเรื่องของสเปคคอมแล้ว การอัพเกรดยังต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย
2. การอัพเกรดจาก Windows 7, 8 หรือ 8.1 ไปเป็น Windows 10 จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เรียกว่าฟรี !! นั่นเอง แต่อย่าเพิ่งกระโดดโลดเต้นจนตัวลอย เพราะคำว่า “ฟรี” ของ Microsoft คือ “ฟรีแค่ปีแรก” เพราะหลังจากวันที่ 29 กรกฎาคม ปี 2559 จะเริ่มมีค่าใช่จ่าย โดยราคาจะแบ่งออกเป็นดังนี้
– Windows 10 Home ราคา 119 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000 บาท
– Windows 10 Pro ราคา 199 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,700 บาท
– หากต้องการอัพเกรด Windows 10 Home มาใช้แบบ Pro จ่ายเพิ่มอีก 99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,300 บาท
3. ขนาดไฟล์ Windows 10 จะอยู่ระหว่าง 4 – 6GB ดังนั้นควรเคลียร์พื้นที่หรือลบไฟล์ที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่คอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คส่วนตัวของคุณให้รองรับกับขนาดไฟล์
4. หากติดตั้ง Windows 10 ไฟล์ โปรแกรม หรือข้อมูลต่างๆ จะหายหรือไม่ … ? คำตอบคือ ไม่หายครับ หากกังวลว่าข้อมูลสำคัญจะหาย ก่อนติดตั้งก็ให้แบ็คอัพหรือสำรองข้อมูลที่สำคัญเสียก่อนครับ
5. ในกรณีที่อยากลง Windows 10 เพียวๆ ได้หรือไม่ … ? คำตอบคือ ได้ครับ เมื่อคุณอัพเกรดเป็น Windows 10 ฟรี คุณจะสามารถ Clean Reinstall (เหมือน Restore วินโดรว์ให้มันมีสภาพใหม่) Windows 10 บนอุปกรณ์เดียวกันได้ทุกๆเวลา นั้นหมายความว่า ใครที่ใช้สิทธิอัพเกรดฟรีในช่วงโปรโมชั่นหรือในปีแรก จะสามารถเอากลับมาลงใหม่แบบ Clean Reinstall กี่ครั้งก็ได้เลย
6. ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนในการอัพเกรด Windows 10 ในทันที เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าจะมีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ใดๆ จะเป็น iOS, OS X หรือ Android ก็ดี มักจะพบข้อบกพร่องหรือบั๊กที่เข้ามากวนใจเล็กๆน้อยๆ ให้กับการใช้งานในช่วงเริ่มแรก และไม่นานทางบริษัทผู้พัฒนาก็จะทยอยปล่อยแพตช์อัพเดตออกมาแก้ไขช่องโหว่ที่เกิดขึ้น
ฉะนั้นแล้ว Windows 10 ที่ปล่อยให้ทดสอบมานานนับเดือนก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์พร้อมเสมอไป สังเกตฟีดแบคจากผู้ใช้ที่อัพเกรดกันไปแล้วจากนั้นถ้าตัดสินใจว่าพร้อมสำหรับอัพเกรด ก็ลุยเลยครับ !!
ที่มา
http://www.aripfan.com/windows-10-upgrade-2/

EmoticonEmoticon